เที่ยวพระธาตุหลวงเวียงจันทน์ (ພຣະທາດຫລວງ)







พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ ถือเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวเวียงจันทน์ ตลอดจนคนลาวทั้งประเทศ ว่ากันว่า มีอายุกว่าพันปี เทียบเท่ากับพระธาตุพนม ที่จังหวัดนครพนม ประเทศไทย ภายหลังได้บูรณะขึ้นใหม่ โดยพระไชยเชษฐาธิราช ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น สวยงามและสง่างามยิ่งขึ้น ปัจจุบันพระธาตุหลวงแห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่สักการะบูชาของทำชาวลาว ชาวไทย รวมถึงชาวต่างชาติ อีกทั้งยังเป็น อีกหนึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
 
 วันนี้แอดมิน Mr.Pandaman จะพาท่านมาสำรวจสถานที่ท่องเที่ยว ที่ว่ากันว่าเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองแห่งนี้ โดยละเอียด มาดูกันว่ามีเส้นทางใดบ้าง ที่จะมาถึงที่นี้ได้ ภายนอกภายใน และเบื้องหลังแห่งนี้เป็นอย่างไร มีสิ่งใดที่น่าติดตามในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ พระธาตุหลวงเวียงจันทร์  

 พระธาตุหลวงเวียงจันทร์ ประวัติที่น่าติดตาม ความอลังการนับพันปี   

 พระธาตุหลวงเวียงจันทร์ ตั้งอยู่ในตัวเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ ( อัฐิส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า ) เป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจของชาวลาว มีการจัดงานเทศกาลบุญพระธาตุหลวงทุกปี อีกทั้งตราสัญลักษณ์ต่างๆ มักจะมีรูปลักษณ์ของพระธาตุหลวงรวมอยู่ในนั้น อาทิ ตราแผ่นดิน หรือธนบัตรเป็นต้น
 พระธาตุหลวงแห่งนี้มีอายุนับพันปีเทียบเท่ากับพระธาตุพนม จ.นครพนม พ.ศ. 238 ภายหลัง พ.ศ. 2109 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งล้านช้างย้าย ( จากหลวงพระบาง ) มายังเวียงจันทน์ จึงได้สร้างครอบพระธาตุองค์เก่าให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม และให้ชื่อว่า พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี หรือ พระธาตุใหญ่ แต่มักเรียกกันว่า พระธาตุหลวง จนถึงทุกวันนี้ ( คำว่า หลวง ในที่นี้คาดว่าว่าจะมาจากคำว่า หลวงพระบาง ซึ่งปัจจุบัน หากคนลาวบอกว่าจะไปเมืองหลวง นั้นหมายถึง จะไปหลวงพระบางนั่นเอง
 ลักษณะของพระธาตุหลวงสร้างให้มีลักษณะคล้ายดอกบัวตูม ความสูง 45 เมตร กว้างและยาวประมาณ 70 x 70 เมตร ( ทิศเหนือและใต้ยาว 69m ทิศ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ยาว 68m ) มีหอไหว้ 4 ด้าน โดยหอไหว้ทั้ง 4 ด้านนี้ ชื่อว่า พระธาตุศรีธรรมทายโลก นอกจากนี้ ชั้นสองและสาม ยังล้อมไปด้วย พระธาตุขนาดเล็ก ที่ทำจากทองคำ 4 บาทที่ส่วนปลายและมีการเจาะลึกคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยแผ่นทองคำไว้ที่ใต้ฐาน เพิ่มความขลังและมีคุณค่าของพระธาตุหลวงเวียงจันทน์แห่งนี้ 
 อย่างไรก็ตาม จากคำบอกเล่าของผู้อาวุโสในบริเวณนี้ท่านเล่าว่า เมื่อก่อนพระธาตุหลวงมีขนาดเพียง 4 วากับอีก 3 ศอก จนกระทั่งพระไชยเชษฐาฯมาบูรณะเพิ่มเติมให้มีขนาดใหญ่จนถึงทุกวันนี้ ทั้งยังกล่าวว่าได้ให้มีวัดอยู่รอบพระธาตุแห่งนี้ ถึง 4 วัด อันได้แก่ วัดเหนือ วัดใต้ วัดกลาง และวัดทุ่ง ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียง 2 วัด ได้แก่ วัดเหนือ และวัดใต้นั่นเอง
 
      (วัดเหนือและวัดใต้)
  
     (อัตราค่าเข้าชมสถานที่พระธาตุหลวงเวียงจันทน์สำหรับนักท่องเที่ยว 5,000 กีบ หรือประมาณ 20 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าเงิน)

 การเดินทาง  

 รถยนต์ส่วนตัว ถ้าท่านไม่กลัวว่าจะหลงทาง หรือไม่ลำบากที่ต้องขับรถเลนขวาก็สามารถนำรถข้ามฝั่งนครหลวงเวียงจันทน์แห่งนี้ได้เลย และเมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองจากบริเวณสะพานมิตรภาพไทยลาว ( หนองคาย - เวียงจันทน์ ) ให้ขับออกมายังทางออก เลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่เวียงจันทน์ ระยะทาง ราว 20km โดยมี 2 เส้นทางหลักที่สามารถมุ่งหน้าสู่พระธาตุหลวง ดังภาพ
[image wait. .] 
 - เส้นทางแรก เมื่อถึงสามแยกหนองไฮ( ไฟแดงแรก ) ให้ตรงไป จนถึงถนนหน้าประตูชัย ( ไฟแดงที่ 3 จุดสังเกตุจะมองเห็นธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานครหลวงเวียงจันทน์ อยู่ตรงข้ามทางแยก ที่เราจะเลี้ยวขวา) เมื่อเลี้ยวขวามาแล้วหากท่านมองเห็นประตูชัย นั่นหมายความว่ามาถูกทางแล้ว เส้นทางจะบังคับ ให้วนขวารอบประตูชัย ให้ตรงไปผ่านประตูชัย จากตรงนี้ ก็จะสามารถมองเห็นพระธาตุหลวงเวียงจันทร์ 
 - เส้นทางที่สอง จากสามแยกหนองไฮ(ไฟแดงแรก) เลี้ยวขวา มุ่งตรงไปยังสี่แยกหลัง พระธาตุหลวง(ไฟแดงที่ 4) และเลี้ยวซ้าย ตรงไปประมาณ 500m จะเห็นพระธาตุหลวงอยู่ขวามือ       

                  

            ที่จอดรถ ! ด้านหน้าอยู่ไกลจากพระธาตุ เพราะมีสนามของสภาแห่งชาติซึ่งหลายครั้งปิดไม่ให้นำรถเข้าไป นักท่องเที่ยวรวมถึงทัวร์จากประเทศต่างๆ มักมาจอดตรงนี้ เหตุผลเพราะถึงแม้ต้องเดินไกลแต่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์หน้าพระธาตุหลวงได้ไกลเป็นจุดถ่ายภาพ อีกแห่งหนึ่ง
 ด้านขวาฝั่งตะวันออก จุดนี้สามารถนำมาจอดได้ทุกเวลา และสะดวกไม่ต้องเดินไกลก็สามารถเข้าชมพระธาตุหลวง วัดเหนือและวัดใต้ ได้อย่างสะดวก
               
                                   (ทางเข้าฝั่งตะวันออก บริเวณใกล้ๆนี้ก็ยังมีรถให้บริการรวมถึงรถที่มาจอดรอนักท่องเที่ยว)
 ด้านหลังพระธาตุหลวง มีร้านอาหารและของฝากมากมาย ( แต่ไม่แนะนำให้นำรถมันจอด เพราะบางครั้ง มีตำรวจมาตั้งด่านตรวจรถวิ่งสวนเลน หากต้องการจะเข้าควรเข้ามาทางฝั่งตรงข้ามพระธาตุ ซึ่งจุดนี้เราจะไม่กล่าวถึง ) 
 เดินทางด้วยรถเมล์ สีเขียวสายท่าเดื่อ-ตลาดเช้า(morning market) จากนั้นต่อรถจัก ( มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ) หรือรถสามล้อ ในราคา 10,000 กีบ (  สิบพันกีบ ) ถึง 15,000 กีบ ( สิบห้าพันกีบ ) ทั้งนี้ ราคาแล้วแต่ตามที่ตกลง

 เดินทางด้วยรถตู้ / รถเหมา ภายในตัวเมืองเวียงจันทน์ ร่วมขาไปและขากลับ ในราคา 800 บาท 1,000 บาท หรือตามที่ตกลง 

 ร้านอาหาร / ของฝาก 

 ในบริเวณพระธาตุหลวง จะมีร้านอาหารของฝากมากมาย สินค้าส่วนใหญ่เป็นผ้าไหม และผลิตภัณฑ์ที่มาจากจีน เวียดนาม เช่น หินอ่อนสลัก เครื่องประดับ เป็นต้น สินค้าเหล่านี้ อยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และโดยเฉพาะด้านหลังยิ่งมีแผงติดกันมากมาย เมื่อเดินออกไปด้านหลังพระธาตุหลวง จะพบกับร้านอาหาร ร้านกาแฟ ของฝาก ฯลฯ
 
 ร้านข้าวขั้วปู( ข้าวผัดปู) ขึ้นชื่อเรื่องการทำข้าวผัด ได้แก่ ข้าวผัดปู ข้าวผัดทะเล ปลาทู รวมถึงอาหารตามสั่งอื่นๆ ในราคาตั้งแต่ 15,000 กีบ เป็นต้นไป ด้านรายการอาหาร มีภาษาลาว ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รองรับสำหรับนักท่องเที่ยว โดยพิจารณาแล้วราคาอาหารที่นี่ถือว่าไม่แพง ( โดยปกติ ที่ลาวมีค่าครองชีพสูง ราคาอาหารทั่วไปจานละประมาณ 60 บาท หรือสิบห้าพันกีบนั่นเอง)
 

 โรงแรม / ที่พัก 

 โดยปกติในนครหลวงเวียงจันทน์มีโรงแรมที่พักหลายแห่ง ในราคาประมาณ 800 บาท 1,000 บาท เป็นต้นไป ด้านหน้า พระธาตุหลวง มี 1 แห่ง ใกล้ไฟแดง หน้าพระธาตุหลวงชื่อ วิลล่าลาว ( Villa Laos ) ในราคา 800 บาท สำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะฝรั่งหลายคนเข้ามาพักที่นี่ สาเหตุอาจเป็นเพราะใกล้พระธาตุหลวง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีโรงแรม ซอยข้างพระธาตุหลวงมีอยู่ประปราย ซึ่งหากมีรถยนต์ก็สามารถค้นหาได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังมีโรงแรม น้อยใหญ่อีกมากมาย ในพื้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ เช่น ละอองดาว เวียงจันทน์พลาซ่า หรือโรงแรมติดริมฝั่งโขง เป็นต้น 
 

 สรุปสถานที่ท่องเที่ยวพระธาตุหลวง ( พระธาตุหลวงเวียงจันทร์ ) 

 การเดินทางเข้ามาเที่ยวในเวียงจันทน์ สำหรับหลายคน (โดยเฉพาะครั้งแรก) ถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ตื่นตา และตื่นใจ เป็นแน่แท้ ทั้งนี้ก็เริ่มตั้งแต่ ขั้นตอนยุ่งยากในการทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว ( ซึ่งจริงๆไม่อยากเลย เดี๋ยวจะมารีวิวให้ฟังในโอกาสหน้า) ต้องไปสถานที่ได้บ้างสำหรับคนที่ไม่มีพาสสปอต และสำหรับท่านที่มีพาสปอต ก็ยังงงๆอยู่ดี เพราะจะต้องขอแบบฟอร์ม ทั้งฝั่งไทย และฝั่งลาว ต้องซื้อบัตรเพื่อเสียค่าข้ามไปยังฝั่งลาว ซึ่งแอดมินรับรองเลยว่า หากท่านไม่เคยข้ามประเทศจากหนองคาย -เวียงจันทน์มาก่อน จะต้องเสียเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง เป็นแน่แท้ นอกจาก ความตื่นเต้น กับครั้งแรกที่เข้าสู่เวียงจันทน์ ต่อมาก็จะได้ตื่นตากับบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ซึ่งค่อนข้างเหมือนและแตกต่างจากคนไทย ตั้งแต่เรื่องของภาษาที่ใกล้เคียงกัน การขับรถเลนขวา ( เสียวแน่นอน ถ้าถ้าลองมานั่งข้างคนขับ ) อีกหลายวัฒนธรรมที่เหมือนและแตกต่างกัน สุดท้าย คือความตื่นใจ และชุ่มฉ่ำหัวใจ กับการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่มีมายาวนาน อย่างเช่น การอนุรักษ์การแต่งกาย ให้สุภาพ โดยผู้หญิงนุ่งซิ่น ส่วนผู้ชายใส่กางเกงขายาวสุภาพ โดยเฉพาะสถานที่ราชการ หรือสำนักงานของรัฐ และหากสังเกตให้ดีจะเห็นผู้หญิงทั่วทั้งเวียงจันทน์แต่งตัวสุภาพ แทบจะนุ่งซิ่นกันทุกคน  ( แต่ถ้าอยากเห็นนุ่งสั้นต้องทริปช่วงการคืนนะครัช >\<) 
 สถานที่ท่องเที่ยวในเวียงจันทน์ไม่ได้มีเฉพาะพระธาตุหลวงแห่งเดียวเท่านั้น แต่มีสถานที่สำคัญอีกหลาย ซึ่งบอกได้เลยว่า ท่านสามารถมาเที่ยวในวันเดียวได้ ( ซึ่งหลายคนคนก็ทำอย่างนั้น ) แต่แอดมินไม่ขอแนะนำให้มาเที่ยวเพียงวันเดียว เพราะรับรองว่าท่านคงเที่ยวไม่ทัน หรือไม่ก็รีบเที่ยวรีบกลับมันดูจะไม่รีแลกซ์นัก ส่วนสถานที่มีที่ใดบ้างนั้นเราจะไปตามสืบ(ยังกะโคนัน)มาให้ติดตามกันอย่างละเอียด แต่สำหรับพระธาตุหลวงเวียงจันทร์ขอแนะนำว่าเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เพราะเดี๋ยวจะโดนหาว่า มาไม่ถึงเวียงจันทน์
  
ที่มา : วิกิพีเดีย 
 

 
MrPandaman


( Last update on 2015-08-25 )

ตรงนี้ถ้าเราชนะ
ไปที่ไหนเราก็ชนะ

 Artticle |  Email |  Facebook

529 : 614