‘ทุ่งดอกนิลุบล’ หรือ ‘ดอกอีฮีน’ ที่อุบลราชธานี‘ทุ่งดอกนิลุบล’ หรือ ‘ดอกอีฮีน’ อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นที่สนใจของเหล่านักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ด้วยลักษณะของดอกไม้ประเภทนี้คือ มีสีม่วงอมน้ำเงินบวกกับความสวยงามเฉพาะตัวซึ่งมีอย่างตระการตา ภายในพื้นที่กว่า 3 ไร่ จึงบอกได้เลยว่าเปรียบเสมือนกับทุ่งดอกไม้ที่น่าไปเยือนและน่าเก็บภาพความประทับใจอย่างยิ่ง ซึ่งนี่เป็นดอกไม้ที่หาดูได้ยากมาก มักจะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงเดือนกรกฏาคมถึงเดือนกันยายนเท่านั้น เมื่อหมดฤดูกาลกาลดอกก็จะร่วงโรยไป
“หินสามวาฬ” ภูสิงห์ จ. บึงกาฬ“หินสามวาฬ” ภูสิงห์ จ. บึงกาฬ ต้องบอกเลยว่ามีไฮไลท์ที่จะทำให้เหล่านักท่องเที่ยวร้องว้าว ! เพราะที่นี่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติล้วน ๆ จุดโดดเด่นนั่นก็คือมี”หินสามวาฬ” ซึ่งมีอายุมากถึง 75 ล้านปีเลยทีเดียวนะ เหตุที่ต้องเรียกเป็นชื่อนี้ก็เพราะว่ามีลักษณะของก้อนหินที่เรียงกันสามก้อน คล้ายกับรูปร่างของปลาวาฬ ราวกับว่าเป็นปลาวาฬทั้งสาม พ่อ แม่และลูก ยังยังงั้นแหล่ะ หากมองมุมสูงจากภาพถ่ายทางอากาศต้องบอกเลยว่าสวยงามมากจริงๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถที่จะไปยืนบนหินวาฬนี้ได้ แต่ว่าจะต้องใช้ความระมัดระวังกันสักหน่อย เพราะหินค่อนข้างลื่นและมีความลาดชันพอสมควรเลย แต่การันตีได้เลยว่ามาเที่ยวที่นี่แล้วไม่ผิดหวังจริงๆ
ทุ่งดอกหงอนนาค จังหวัดปราจีนบุรี ทุ่งดอกหงอนนาค จังหวัดปราจีนบุรี เป็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยทุ่งดอกหงอนนาคสีม่วงกว่าหมื่นๆดอกให้คุณได้เชยชมกัน บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ของศักดิ์สุภารีสอร์ท ซึ่งดอกหงอนนาคชนิดนี้ได้ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นน้ำค้างกลางเที่ยง ก็เป็นเพราะว่าดอกมักจะเบ่งบานมากโดยเฉพาะในช่วงตอนเช้าไปจนถึงบ่ายสองโมง หลังจากนั้นแล้วดอกจะเริ่มหุบตัวลง ดังนั้นหากนักท่องเที่ยวคนไหนที่สนใจควรจะมาเชยชมในช่วงเวลานี้เพราะจะทำให้คุณได้ชมกับดอกไม้สีม่วงอันสวยงาม น่าเก็บภาพประทับใจไปเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมุมไหนก็ดูดีไปซะหมด เพราะมีการดูแลและรักษาอย่างดีให้คุ้มค่ากับการมาเยือนที่บอกได้เลยว่าเข้าชมฟรี…ไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด !! โดยดอกจะเริ่มเบ่งบานสะพรั่งสวยเต็มที่ในช่วงของเดือนกรกฏาคมถึงประมาณเดือนธันวาคม เมื่อไปแล้วก็อย่าลืมรักษาความสะอาดและไม่ควรทำให้ดอกไม้เสียหายด้วยนะ เพื่อเป็นคงความสวยงามไว้ในนักท่องเที่ยวคนอื่นๆได้เชยชมด้วยกัน
ดอยพาวีดอยพาวี หรือ ดอยพะวี ตั้งอยู่ที่จังหวัดตาก มีทัศนีย์ภาพที่งดงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียวล่ะ อีกหนึ่งจุดขายที่จะทำให้คุณอยากมาเยือนมากยิ่งขึ้นเลยนั่นก็คือ ทิวทัศน์บริเวณสันเขาซึ่งเป็นยอดดอยแหลม จึงอุดมไปด้วยเหล่าพันธุ์ไม้ ความอุดมสมบูรณ์และชุ่มชื้นเป็นอย่างมาก พร้อมกับการชมวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่บริเวณนั้นด้วย ซึ่งในการเดินทางมาบนยอดดอยพาวีนั้น ต้องใช้เวลาถึงสี่ชั่วโมง นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ หากมาในช่วงที่อากาศเย็นจะฟินมากเลยล่ะ เพราะนอกจากสภาพอากาศที่เย็นสุดฟินแล้วยังได้ชมความสวยงามของพันธุ์ไม้ข้างทางที่สวยสง่ามากยิ่งกว่าเดิม
ถ้ำปลา จังหวัดแม่ฮ่องสอนถ้ำปลา ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ตำบลห้วยผา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีพื้นที่โดยรอบเป็นป่าไม้และลำธาร ถ้ำปลาจะมีลักษณะพื้นที่เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขาอยู่ตลอดเวลา นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่ใช่เพียงแค่ถ้ำปลาธรรมดาทั่วไป อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ที่น่าสนใจและเป็นไฮไลท์เด็ด นั่นก็คือถ้ำปลาแห่งนี้ มีสัตว์น้ำหลากหลายพันธุ์อาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ปลาคัง ปลามุง ปลาพลวง เป็นต้น แต่ละตัวนั้นมีขนาดที่ใหญ่และโตมากเลยทีเดียว แม้ว่าปลาจะมีตัวโตแค่ไหนก็ตามก็ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะจับไป เพราะมีความเชื่อว่าหากใครได้รับประทานปลาที่มาจากถ้ำปลาแห่งนี้ อาจต้องพบกับเรื่องที่โชคร้ายหรือมีอันเป็นไปได้ ดังนั้นแล้วถ้ำปลา จังหวัดแม่ฮ่องสอนแห่งนี้ ที่มีทั้งป่าไม้โอบล้อม พร้อมกับถ้ำปลาที่สงบร่มรื่น จึงมักเป็นแหล่งนิยมที่นักท่องเที่ยวมักจะมาพักผ่อนหย่อนใจกันอยู่เสมอๆ
พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข ที่วัดสมานรัตนาราม ใครที่ชื่นชอบในการมาเที่ยวแหล่งสถานที่สำคัญจำพวก วัดสำคัญๆ เราไม่อยากจะให้คุณพลาดเลยล่ะเมื่อได้มาที่จังหวัดฉะเชิงเทราแล้ว ก็อย่าลืมมาเยือน พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข ที่วัดสมานรัตนาราม ซึ่งมีความโดดเด่นหลายด้านด้วยกัน เพราะด้วยลักษณะกึ่งนั่งกึ่งนอนตะแคง มีสีชมพูที่สวยสดงดงาม พร้อมกับดอกบัวและงาหักที่ได้ถือไว้ทั้งสองพระหัตถ์ สื่อให้เห็นถึงความหมายที่ว่า การมีกินมีใช้ อยู่อย่างสุขสบายไม่ขาดมือ มีความสมบูรณ์พูนสุขแก่ผู้ที่มาเคารพและบูชา เป็นที่กล่าวขานและรู้จักกันไปทั่วเลยว่า พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก ผู้ใดมาขอพรก็มักจะมีแต่ความสมหวังเสมอไป จึงทำให้เป็นที่น่านับถือได้อย่างรวดเร็ว
กุ้งเดินขบวน จังหวัดอุบลราชธานีกุ้งเดินขบวน อยู่ในพื้นที่ดูแลรับผิดชอบของสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า อุบลราชธานี ตั้งอยู่ที่ ม.5 บ้านหนองขอน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งกุ้งเดินขบวนมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่มีน้ำหลากประมาณเดือนสิงหาคมถึงกันยายน หากได้มาเยือนช่วงนี้ จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยล่ะว่ามีฝูงกุ้งฝอยหลายตัวเดินขบวนบนพลาญหิน ลานพันรู กันอย่างพร้อมเพรียง พวกมันต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆโดยเฉพาะกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก เหตุนี้ก็เพื่อต้องการสืบพันธุ์และวางไข่ในสถานที่เหมาะสมนั่นเอง นับว่าเป็นภาพที่น่าทึ่งและมหัศจรรย์อย่างมากเลยทีเดียว จะพบเห็นได้ในเวลาประมาณ 19.00 น.-04.00 น.
วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนา เพราะสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทรา วัดแห่งนี้มีเรื่องราวทีน่าสนใจหลายอย่างด้วยกัน ไมว่าจะเป็น จิตรกรรมบนฝาผนัง ที่บอกเล่าเรื่องราวในภพโลกต่างๆไม่ว่าจะเป็น สีทันดรมหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พรหมโลก ดวงดาว และจักรวาล หรือว่าจะเป็นตำนานของหลวงพ่อพุทธโสธร ที่ได้แสดงปาฏิหาริย์อันเหลือเชื่อ นั่นก็คือลอยน้ำขึ้นมาได้แต่เนื่องด้วยเกรงว่าอาจมีผู้ลักพาไป จึงได้นำปูนมาพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้ เท่านั้นไม่พอบรรยากาศภายรอบวัด ต้องบอกว่ามีความร่มรื่นและยังมีประวัติที่น่าสนใจอีกมากมาย รอให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศที่สามารถไปเยือนกันได้ตลอด
หมู่บ้านช้าง จังหวัดสุรินทร์ศูนย์คชศึกษา หรือ หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง จัดได้ว่าเป็นหมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ โดยจะมีชาวบ้านตากลางมักเลี้ยงช้างไว้ในบริเวณบ้านของตนเอง สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วเมื่อไปเยี่ยมชมจะได้ชมกับสภาพโรงช้าง ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านละแวกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีการเลี้ยงช้างท่ามกลางทัศนียภาพอันสวยงาม ธรรมชาติที่สดชื่น ในเชิงธรรมชาติศึกษาที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก บอกได้เลยว่ามีช้างมากกว่า 200 ตัวที่จะทำให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้แล้วยังมีสิ่งทีน่าสนใจให้ได้เยี่ยมชมและเที่ยวกันอีกเยอะ ไมว่าจะเป็น กิจกรรมสนามแสดงช้างแสนรู้,อาคารพิพิธภัณฑ์ เกี่ยวกับช้าง ,ศาลปะกำ, วังทะลุ เป็นต้น ถ้าหากว่าใครสนใจก็สามารถมาเยี่ยมชมกันได้
เขาช้างเผือก “เขาช้างเผือก” จังหวัดกาญจนบุรี เป็นยอดเขาที่มีความสูงประมาณ 1249 เมตรกันเลยทีเดียว มั่นใจได้ว่าจะไม่ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวผิดหวังกันอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าในระหว่างการเดินทางด้วยเท้าที่ใช้ระยะเวลากว่าหกชั่วโมง กว่าแปดกิโลเมตรนั้น จึงต้องเตรียมตัวไปให้พร้อมเลยล่ะ แต่สิ่งที่ได้มาคุ้มค่าอย่างยิ่งเพราะระหว่างในการไปถึงเป้าหมาย คุณจะได้ชมและพบกับเส้นทางเดินอันสวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจ มีป่าโปร่งที่สลับกับทุ่งหญ้าหลากสี มีลูกเล่นที่น่าชวนเก็บภาพความประทับใจอย่างยิ่ง จึงไม่แปลกใจเลยว่านี่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวควรไปเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่ง เท่านั้นไม่พอจุดไฮไลท์หรือสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าก็คือ การเดินทางบน”สันคมมีด” ที่ทั้งเล็ก แคบ และน่าหวาดเสียวไปพร้อมๆกัน เมื่อไปถึงแล้วนับได้ว่าเป็นการผจญภัยที่สนุกสนานสำหรับคนที่ชื่นชอบกิจกรรมเดินป่าลุยๆอย่างนี้มากเลยทีเดียว