การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Fat32 กับ NTFS







ความแตกต่างระหว่าง Fat32 กับ NTFS

NTFS (New Technology File System)
- ออกแบบมาเพื่อใช้กับระบบ ปฏิบัติการ Windows NT โดยเฉพาะ
- เป็นระบบไฟล์ที่ออกแบบเพื่อให้มีศักยภาพในการประมวลผลข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ และนำมาใช้กับระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่ต้องมีการควบคุมระบบความปลอดภัย
- สนับสนุนการตั้งชื่อไฟล์หรือ ไดเร็คทอรี่แบบยาว ได้ถึง 255 ตัวอักษร

NTFS มีข้อดีคือ
1.มีความสามารถในการบีบอัดข้อมูล (File Compression)ให้ได้พื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น โดยไฟล์ที่เก็บข้อมูลเป็นตัวอักษรจะบีบอัดได้ประมาณ 50 % ถ้าเป็นไฟล์แบบ .exe จะประหยัดเนื้อที่ได้ประมาณ 40 %
2.มีความสามารถในการกำหนดสิทธิ์ (Permission) การเข้าถึงข้อมูลให้กับผู้ใช้งานแต่ละคน ว่าให้ใครเข้าถึงข้อมูลไฟล์ไหนได้บ้าง แล้วสามารถอ่านได้อย่างเดียวหรือ แก้ไขได้ด้วย
3.มีความสามารถในการเข้ารหัสข้อมูลได้
4.NTFS สามารถรองรับขนาดของไฟล์และพาร์ติชันได้ใหญ่กว่า แบบ FAT ในทางทฤษฎีสามารถรองรับขนาดของไฟล์และพาร์ติชันรวมกันได้ถึง 16 Exabyte (EB)
แต่ในทางปฎิบัติ สามารถรองรับขนาดของไฟล์ได้ 4-64 GB ส่วนขนาดของพาร์ติชันรองรับได้ 2 TB
5.มีความสามารถจัดการกับ Cluster ที่เกิดปัญหา ซึ่งจะใช้วิธีการที่เรียกว่า Bad- Cluster Mapping คือเมื่อระบบพบว่ามี Bad Sector บน Harddisk ก็จะจัดหา Cluster ใหม่แล้วย้ายข้อมูลจาก Cluster เก่ามาใส่ให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นจึงกำหนด Cluster เก่าเป็น Bad Sector แต่ในระบบ FAT จะไม่สนับสนุนการบีบอัดข้อมูล การเข้ารหัสข้อมูล และไม่มี Feature ในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลด้วยการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งต่างกับระบบ NTFS

ข้อเสียของ NTFS

ในยุคของ Windows NT คือไม่สามารถมองเห็นฮาร์ดดิสก์ที่เป็น File System แบบ FAT และในทางกลับกันระบบ FAT ก็จะมองฮาร์ดดิสก์ที่เป็น NTFS ไม่เห็นเช่นกัน แต่เมื่อมีระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP ทำให้ฮาร์ดดิสก์ที่มีระบบไฟล์แบบ NTFS สามารถมองฮาร์ดดิสก์ที่มีระบบไฟล์แบบ FAT ได้ เพราะ ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP มีความสามารถในการสนับสนุน File System ทั้งแบบ FAT และ NTFS ทำให้ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP สามารถที่จะมองฮาร์ดดิสก์ทั้งแบบ NTFS และ FAT

ถ้า Shutdown แบบไม่ถูกต้อง (FAT32) จะต้องมา check disk กันทุกครั้ง แต่ถ้าเป็น NTFS มันจะไม่ค่อย check disk ยกเว้นกรณีที่ Map และ Index ของ NTFS เกิดเสียหายถึงจะ check disk

File Fat32 ที่ Boot Dos เห็น Ntfs ได้ครับชื่อไฟล์ NtfsDosPro ครับ สุดยอดไหมล่ะถ้า file ใหญ่กว่า 2G NTFS ดีกว่าจะได้ไม่ต้องตัดแบ่งเป็นหลาย file เหมือนใน fat32

ยังมีใครสงสัยอยู่อีกไหมว่าทำไม Windows 7 ถึงใช้ NTFS และทำไมไม่ใช้ Fat32 ?

ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่คอมพิวเตอร์ที่เราใช้ในการจัดระเบียบข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ หรือพาร์ติชัน ที่เราจะติดตั้งฮาร์ดดิสก์ใหม่ลงบนคอมพิวเตอร์ เราจำเป็นต้องฟอร์แมต ฮาร์ดดิสก์ด้วยระบบปฏิบัติการจึงจะใช้งานได้ ใน Windows 7 มีตัวเลือกให้เราเลือกอยู่สามแบบคือ NTFS, FAT32 และ FAT ซึ่งเป็นแบบเก่าที่ไม่ค่อยมีการใช้งาน (หรือที่เรียกอีกอย่างว่า FAT16)

NTFS เป็นอะไรที่เหมาะสมสำหรับ Windows 7 ที่สุดแล้ว โดยมีข้อดีที่มากกว่ารุ่นเก่ากว่า FAT32 หลายอย่าง ได้แก่
- ความสามารถในการกู้คืนระบบจากข้อผิดพลาดบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับดิสก์โดยอัตโนมัติ
- การสนับสนุนฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ขึ้นได้ดีกว่า
- มีความปลอดภัยมากกว่าเพราะเราสามารถใช้สิทธิและการเข้ารหัสลับเพื่อจำกัดการเข้าถึงแฟ้มบางแฟ้มสำหรับผู้ใช้บางรายได้
- โดยปกติแล้วคุณสามารถแปลงพาร์ติชันจากระบบแฟ้มชนิดอื่นๆ มาเป็น NTFS ได้

FAT32 (และ FAT ซึ่งมีการใช้งานน้อยกว่า) มีการนำมาใช้ใน Windows รุ่นก่อนหน้านี้บางรุ่น และ ปัจจุบันมีการนำมาใช้ใน USB แฟลชไดรฟ์เป็นส่วนใหญ่ ส่วน FAT32 ไม่ มีคุณลักษณะเกี่ยวกับความปลอดภัยดังที่มีใน NTFS ดังนั้นถ้าคุณมีฮาร์ดดิสก์หรือพาร์ติชัน FAT32 ใน Windows 7 บุคคลที่เข้าถึงคอมพิวเตอร์ของเราได้ก็สามารถอ่านแฟ้มที่อยู่ในนั้นได้ นอกจากนี้ FAT32 ยังมีข้อจำกัดเรื่องขนาดด้วย เราจะไม่สามารถสร้างพาร์ติชัน FAT32 ที่มีขนาดใหญ่กว่า 32 กิกะไบต์ (GB) ได้ และไม่สามารถเก็บแฟ้มเดี่ยวที่ใหญ่กว่า 4 GB บนพาร์ติชัน FAT32 ได้เช่นกัน

เหตุผลหลักในการฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์หรือพาร์ติชัน FAT32 ก็คือ การสำรองไว้ในกรณีที่เราต้องการเรียกใช้ Windows 95, Windows 98 หรือ Windows Millennium Edition บนคอมพิวเตอร์ของเราในบางครั้ง และเรียกใช้ Windows 7 ในบางคราว การกำหนดค่าชนิดนี้้เรียกว่า การกำหนดค่าแบบเริ่มต้นระบบจากหลายระบบ ถ้าคุณต้องการตั้งค่าการกำหนดค่าแบบเริ่มต้นระบบจากหลายระบบเช่นนี้ คุณจำเป็นต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการรุ่นก่อนหน้านี้บนพาร์ติชัน FAT32 (หรือ FAT) และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นพาร์ติชันหลัก (พาร์ติชันที่สามารถโฮสต์ระบบปฏิบัติการ) พาร์ติชันเพิ่มเติมอื่นๆ ที่เราต้องการเข้าถึงเมื่อใช้ Windows รุ่นก่อนหน้านี้ก็ต้องมีการฟอร์แมตโดยใช้ FAT32 ด้วย

ขอสรุปแบบภาษาชาวบ้านนะครับ
1. ถ้าคุณใช้ "Windows Me" ต้องใช้ FAT32 เพราะว่ามันจะมองไม่เห็น NTFS
2. แต่ถ้าคุณใช้ "Windows XP" หรือ "Windows 2000" คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้ ได้ทั้ง NTFS หรือ FAT32 ก็ได้
3. ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูจุดประสงค์ในการใช้งานด้วย หากคุณใช้ HDD โดยไม่มีโอกาสที่จะนำ HDD ไปต่อพ่วงกับเครื่องอื่นเพื่อถ่ายโอนข้อมูล โดยที่เครื่องอื่นใช้ Windows Me
อยู่ก็ใช้ NTFS ก็ได้ โดยข้อดีของ NTFS ทางเทคนิคเหนือกว่า FAT32 อยู่แล้วระครับ แตในทางกลับกัน หากคุณยังมีความจำเป็นในอนาคตที่จะต้องนำ HDD
ตัวนี้ไปถ่ายข้อมูลกับของเพื่อนๆ ที่เขายังไม่ได้ใช้ WindowsXP หรือ2000 แล้วละก็ FAT32 ดูจะเป็นทางออกที่ดีกว่า (Compatible กว่าเพราะใครๆก็มองเห็น)


ข้อมูลจาก http://windows.microsoft.com



 
Tianmiza


( Last update on 2014-09-17 )

 Artticle |  Email |  Facebook

444 : 549